[S.Fic KHR] I hate the LOVE song [6927] | Thanks for 12k hits!

posted on 19 Apr 2009 17:57 by mihayashi  in Reborn

ในที่สุดบลอกนี้ก็ครบ(เกิน) หมื่นฮิตส์แล้ว!!

 

 

ขอบคุณทุกๆ คนมากค่ะ!!

ไม่ว่าจะเป็นขาประจำ ขาจร หรือแม้แต่ผีบลอก

 

เพราะบลอกนี้ออกจะไร้สาระซะส่วนใหญ่ ไม่นึกว่าจะครบหมื่นฮิตส์ได้!  (ซึ้งนะเนี่ย!)

แล้วต่อไปนี้ก็เป็นของ THX Hits! กันล่ะค่ะ!

ไม่แพล่มมากละ ไปอ่านกันเลยดีกว่า 

Fic KHR เรื่องแรกของมิฮะค่ะ =w=!!

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Title : I hate the LOVE song
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Rate : PG - 15

Pairing : (18)27←69  (งงแพร์มั้ยคะ? ลองอ่านดูซิ!)

Genre : Drama , Romance
Notes :
-   มันคือการบ่นและอาการจิตตกของมุ   =A=”
-   มันเกิดจากความหมั่นไส้สับป้าอย่างไม่มีสาเหตุ

Insert song :
-    เกลียดเพลงรัก - Pancake
-    Trust You – Yuna Ito (ED4 Gundam00 2)


 

 

...เพียงดนตรีบรรเลงขึ้นมา อยู่ๆ น้ำตาก็ไหล...

 

นี่ๆ มุคุโร่... ลองฟังเพลงนี้ซิ !”

 

ตัวคุณ...ที่ชอบยุ่งวุ่นวาน

.

.

.

 

 

...เกลียดตัวเองที่พึ่งคิดได้...

 

วันนี้ไม่มีงานล่ะ! ไปเดินเที่ยวในเมืองกันไหม?

 

ตัวคุณ...ที่ไม่ว่าเวลาไหนก็...

.

.

.

 

 

....ในวันที่ไม่มีเธอ...

 

มุคุโร่... นายรำคาญฉันรึเปล่า?

 

แต่ผมก็...ไม่เคยรำคาญการกระทำพวกนั้นเลย

เสียงหวานๆ ที่พูดมานั้น ทำให้ผมมีความสุข

.

.

.

 

 

 

ตัวตนหนึ่งเป็นถึงผืนนภาอันกว้างใหญ่... โอบอุ้มทุกสรรพสิ่ง... เข้มแข็งและเก่งกาจกว่าใคร ทำให้ผมลืมไป.. ว่าคุณนั้นก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง... เป็นแค่คนธรรมดาที่ต้องการความรัก ความเข้าใจ...

.

.

.

 

มุคุโร่~~!!” เสียงหวานดังขึ้นเรียกให้เนตรคมสองสีใต้กรอบแว่นต้องละจากเอกสารภารกิจในมือ ซองกระดาษสีฟ้าอ่อนในมือบางโบกไปมาตามมือเรียวเล็กของสึนะโยชิ

ฉันมีอะไรมาให้ดูล่ะ! มาดูด้วยกันหน่อยซิ!!” สิ้นเสียงเนตรสองสีนั้นก็ตวัดกลับไปอ่านเอกสารต่อ

ก็คงไม่พ้นเรื่องไร้สาระซินะครับมุคุโร่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำให้ร่างบางตรงหน้าทำแก้มป่องด้วยความไม่พอใจ.... ท่าทางที่ทำให้ริมฝีปากเรียวหลังเอกสารนั้นขยับยิ้ม

ไม่ไร้สาระซะหน่อย!! มาด้วยกันก่อนซิมุคุโร่... มือเล็กคว้าเข้าที่ข้อมือหนาแล้วออกแรงลากคนที่เอาแต่สนใจงานออกไปนอกห้องทำงานให้ได้

คุณก็เห็นอยู่ไม่ใช่หรือครับว่าผมกำลังทำงานอยู่ ร่างสูงยังคงทำสีหน้าราบเรียบ มือข้างที่ว่างยกขึ้นขยับแว่นของตน แววตาที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจทำให้ร่างบางถึงกับสะอึก

 

 

...เธอคือคนที่คอยเดินจับมือ

...ฉันมันคือคนที่คอยเอาแต่ผลักไส...

 

 

                มือบางค่อยๆ ปล่อยข้อมือหนาออก ดองตาสีน้ำตาลโกโก้เริ่มรื้นน้ำ... หากแต่เจ้าตัวยังไม่ปาดมันทิ้งไป ใช้ความพยามอย่างมากที่จะหยุดมัน...  อดกลั้นหยาดน้ำตานั้นไว้...

                มุคุโร่...นายรำคาญฉันรึเปล่า? คำถามที่เรียกอาการผงะเล็กน้อยจากร่างสูง หากแต่หยาดน้ำตานั้นกลับบดบัง... ทำให้ไม่ได้รู้สึกถึงอาการผิดปกติของร่างสูง

                ผมยังต้องตอบคำถามนั้นด้วยหรือครับ?รอยยิ้มเหยียดปรากฏบนใบหน้าคม ก่อนจะขยับเอ่ยถ้อยคำที่กรีดย้ำบาดแผลในจิตใจของคนตรงหน้า

                ผมเกลียดคุณ...

 

 

...เธอคือคนที่รักและจริงใจ...

ฉันมันคือคนที่ไม่เคยคิดและไม่เคยดูแล...

 

 

                นั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมควรพูด... ก็รู้ตัวดี... แต่ว่ามันกลับหลุดปากออกไป อาจจะเพราะความเคยชิน...ความเคยชินของผมที่ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง... ตั้งแต่วันแรกที่ผมได้ผืนนภาของวองโกเล่มาอยู่ในอ้อมกอด ผมก็คิดว่าคุณจะอยู่กับผมตลอดไป...  เชื่อว่าจะเป็นแบบนั้น

.

.

.

 

 

หากแต่นภานั้นไม่ได้โอบอุ้มเพียงแค่สายหมอก

.

.

.

 

 

            หลักจากวันนั้นหลายสัปดาห์มุคุโร่ก็ไม่ได้พบกับร่างบางอีก... ราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังหลบหน้าเขาอยู่... เพราะอะไร?? เพราะคำพูดของผมอย่างนั้นหรือ?  ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมันนักไม่ใช่หรือ? ทุกๆครั้งที่ผมมักจะพลั้งปากพูดออกไปด้วยความเคยชิน... แม้จะเป็นคำพูดแบบไหน คุณก็มันจะยิ้มกลับมาให้เสมอ รอยยิ้มของนภา รอยยิ้มอันแสนอบอุ่น...

 

                ขอบคุณนะครับ..คุณฮิบาริเสียงหวานของนภาอันแสนคุ้นเคย หากแค่กลับฟังดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

                อย่าหักโหมมากล่ะ...สึนะโยชิ เสียงทุ้มกล่าวขณะที่สึนะโยชิยกแก้วชาขึ้นจิบ คำเรียกที่เปลี่ยนจากอดีต... ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างนภาและสายหมอกคืออะไร... เพราะเป็นแบบนั้นจึงไม่คิดจะก้าวก่าย ไม่ข้ามขอบเขตที่เรียกว่ารุ่นพี่แต่ถ้าตำแหน่งที่จะยืนเคียงข้างนภานั้นยังว่าอยู่ เขาก็ไม่คิดจะรีรออะไร...

                ค... ครับคุณฮิบาริ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ... เมฆานั้นทั้งอ่อนโยนและแสนอบอุ่น...

 

            ภาพที่ผมเห็นนั่นคืออะไรครับ... รอยยิ้มแบบนั้น...สายตาแบบนั้น... ไม่เคยเป็นของผม ทำไมเมฆาผู้บ้าคลั่งนั้นถึงได้รับมัน!  ยิ่งมีความรู้สึกเจ็บแปลบนี้ ยิ่งทำให้โทสะนั้นลุกโหมขึ้น...

 

                สึนะโยชิคุง!” แค่ได้ยินเสียงนั้น... เสียงของผืนนภา... ร่างกายนี้ก็ไม่สามารถควบคุมได้  ผมกำลังเปลี่ยนไปอย่างนั้นหรือ...

                อ่ะ.. มุคุโร่...สึนะโยชิเอ่ยเสียงแผ่ว ร่างโปร่งบางในชุดยูกาตะสีฟ้าขยับเข้าหาเมฆา... แววตาที่ผมเห็น.. แววตานั่นไม่ใช่นภา...

                นายมีธุระอะไรเจ้าพืชล้มลุก!” ฮิบาริลุกขึ้นกันผืนนภาที่กำลังสั่นกลัวไว้ด้านหลัง.. นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์

                “…..” มีเพียงความเงียบเป็นคำตอบแก่เมฆา นัยน์ตาสองสีนั้นจ้องมองแต่ร่างโปร่งบางที่หลบอยู่ด้านหลังเท่านั้น  แววตาสีน้ำตาลโกโก้นั่นกำลังสั่นไหว เหมือนกันคราแรกที่เราได้พบกัน... แววตาของผู้อ่อนแอ

 

                ผมเข้าใจผิดไปหรือ ที่คิดว่าคุณเข้มแข็ง.... คุณคือผืนนภาที่ยิ่งใหญ่... เพราะคุณนั้นเป็นถึงวองโกเล่รุ่นที่สิบ... คุณเข้มแข็งพอทีจะรับทุกอย่าง แค่คำลวงของผมคุณคงไม่ใส่ใจ... นั่นมันเป็นแค่สิ่งที่ผมคิดไปเองอย่างนั้นหรือ!!

 

            จะขย้ำให้ตาย!” ทอนฟาคู่กายถูกหยิบออกมา เสียงของเหล็กกระทบกันดังขึ้นสนั่นห้อง

                คึหึหึหึ... เสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นสายหมอกที่ปกคลุมห้องเริ่มจางหายไป ปรากฏตรีศูลในมือของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก

            ถ้าคุณคิดว่าทำได้ก็ลองดูซิครับ..ปวดหัว... ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน... ยิ่งผมเห็นท่าทางสั่นกลัวของคุณแบบนั้น....ยิ่งทำให้ผมกลัว...

 

กลัวว่าจะเสียคุณไป

เพียงเพราะความเชื่อโง่ๆของผม

 

 

                ทั้งสองคนหยุดนะ!” เสียงหวานฟังดูแข็งกร้าวขึ้น เรียกให้ทั้งเมฆาและสายหมอกต้องสงบศึก  คุณสมบัติของนภาที่ปกครองทุกสรรพสิ่ง...

                สึ..

            มุคุโร่...ทั้งน้ำเสียงและท่าทางนั้น...คือคุณที่เติบโตขึ้นแล้ว... ผมยังไม่เสียคุณไป...ซินะ...

                ครับ สึนะโยชิคุงรอยยิ้มแสยะฉายจบใบหน้าคมนั่นอีกครั้ง คุณที่เข้มแข็งนี้เหละคือคุณที่ผมรู้จัก

                กลับไปซะ...คำพูดที่ออกมาจากปากของนภา... เป็นคำที่ผมไม่เคยนึกมาก่อน... ว่าผมจะต้องเผชิญกับมัน...

                อย่ามายุ่งกับฉัน... นั่นไม่ใช่คำพูดที่ผมอยากจะฟัง!

                คุณหมายความว่ายังไงน่ะครับ สึนะโยชิคุง... น้ำเสียงของสายหมอกดูเคร่งเครียดกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้สร้างแรงกดดันใดๆ ให้ผืนนภาตรงหน้าได้...

                เลิกยุ่งกันฉัน...ซะ.... แววตาของผืนนภาจ้องกลับมาอย่างไม่มีความลังเล...  ไม่ใช่.. นี่ไม่ใช่ผืนนภาของผม!!

                ฉันไม่ต้องการที่จะ..อยู่กับคนที่ไม่ได้ต้องการฉัน... น้ำเสียงที่ฟังดูมั่นนั้นยิ่งตอกย้ำจิตใจอันแหลกสลายไม่ใช่ !! ผมไม่เคยไม่ต้องการคุณเลย สึนะโยชิคุง... ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวที่ผมจะ...ลืมคุณ

 สึนะโยชิคุง...เสียงเรียกอันแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบนั้น...ไม่มีใครได้ยิน คำพูดของผม...ผมไม่สามารถจะเอ่ยมันออกมาได้ เพราะอะไรกันนะ...เพราะอะไร...

 

 

...ทำให้เธอเสียใจ...

 

 

                นั่นซินะครับ... คุณมันก็แค่คนน่ารำคาญ...สิ้นเสียง... มุคุโร่ก็ก้าวออกจากห้องนั้น... ที่แห่งนั้นไม่มีที่พอสำหรับสายหมอกอย่างเขาอีกแล้ว....ใช่ไหม?

 

...กว่าจะรู้ก็สายในวันที่เสียไป...

.

.

.

 

 

            ในห้องมืดๆ ของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกของวองโกเล่รุ่นที่สิบ ร่างสูงเอนกายนอนบนโซฟาหนังสีดำอย่างไร้เรี่ยวแรง... แขนยาวนั้นก่ายไปบนใบหน้าคม พยามระงับความร้อนที่เกิดขึ้นรอบดองเนตรของตน... เขาอยู่ในสภาพแบบนี้มากี่วันแล้วนะ...

 

                ผมทำผิดไปใช่ไหม?  ทุกๆความคิด ทุกๆการกระทำ ทุกๆคำลวง ของผม... คือสิ่งที่ผิดใช่ไหม... ผมควรจะทำยังไง.... สึนะโยชิคุง... ผมอยากพบคุณ...

 

ฉันมีอะไรมาให้ดูล่ะ! มาดูด้วยกันหน่อยซิ!!”

 

                ทันทีที่นึกถึงประโยคสุดท้ายในฐานะคนรัก ร่างสูงก็รีบลุกขึ้น มือแกร่งหยิบซองกระดาษสีฟ้าอ่อนออกมาจากลิ้นชักในโต๊ะทำงาน... ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เขาได้จากสึนะโยชิ...

            ข้างในมีกระดาษอีกแผ่นและ... ซีดี... ไม่รอช้า ร่างสูงรีบเปิดแลปทอปและใส่ซีดีเข้าไปทันที... บนจอปรากฏภาพของสึนะโยชิพร้อมกับไมค์ลอยตัวเล็กๆ อีกหนึ่ง..

                อ่ะ แฮ่ม...! เทสๆ  นี่รอบที่ 5 แล้วนะ อย่าอัดเสียอีกล่ะ!” คำพูดที่ดูเหมือนจะพูดกับใครบางคน เรียกรอยยิ้มอันอ่อนโยนจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี

                เอาล่ะน่ะ!! มุคุโร่!! ฉันมีเพลงเพลงหนึ่งอยากให้นายฟังล่ะ!”

            ที่จริง... ก่อหน้านี้นายก็เคยฟังแล้วนะ... แต่ไม่เห็นจะยอมตั้งใจฟังซะที...

            ฉันชอบเพลงนี้มากเลยนะมุคุโร่... ฉันก็เลย... อยากจะร้องให้นายฟัง...

            อ๊ะ! อย่าเพิ่งปิดล่ะ ฟังให้จบก่อนนะ!!”

            ครับ... ผมจะฟังจบเลยล่ะ สึนะโยชิคุง...อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม ความน่ารักสดใส...ของผืนนภา...

 

            ท่วงทำนองอันแสนคุ้นเคย.... เสียงเปียโนดังขึ้นอย่างแผ่วเบา... คิดว่าผมจำไม่ได้หรือครับ... เพลงที่คุณมักจะเปิดฟัง.. ยามที่พวกเราอยู่ด้วยกัน...

 

…I'm waiting for your love

.

.

.

 

…I love you…

…I trust you…

 

君の孤独を分けてほしい

ฉันอยากจะรับแบ่งความโดดเดี่ยวของนาย

 

…I love you…

…I trust you…

光でも闇でも

二人だから信じ合えるの

離さないで

ไม่ว่าจะมีแสงสว่าง หรือ มืดมิด

มีเราสองคนที่จะเชื่อใจกัน

อย่าจากฉันไปไหนเลยนะ...

 

 

 

          แม้เสียงใสๆนั้นจะร้องได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่นั่นเป็นเสียงของคนๆ นั้น เสียงของคุณ คุณ...คนที่ผม... ไม่เคยคิดจะใส่ใจ

 

 

どんなに君が道に迷っても

ไม่ว่าจะกำลังหลงทางอยู่

น้ำเสียงของคุณ...ที่เคยพูดกับผม

そばにいるよ

ฉันจะคอยอยู่ข้างๆนาย

สายตาของคุณ...ที่ทอดมาอย่างอ่อนโยน

二人だから信じ合えるの

เราทั้งสองจะเชื่อใจกัน

มันยังไม่สายเกินไปใช่ไหมครับ ?

離さないで

ได้โปรด... อย่าจากฉันไปไหนเลยนะ...

ถ้าผมจะบอกว่า...

.

.

.

 

 

                ความร้อนรอบดวงตานั้นไม่อาจสะกดกลั้น หยาดน้ำใสไหลรินลงจากดวงตาสองสีนั้น... ไม่ว่าใครก็ไม่ได้เข้มแข็งตลอดเวลา... ผมเพิ่งได้เข้าใจ... ก็ตอนที่ได้เจอกับตัวเอง...

 

...สึนะโยชิคุง...

ผมรักคุณ

.

.

.

เพลงรัก.... ทำไมมันซาบมันซึ้งกว่าเพลงใด

ยิ่งฟังใจความบทเพลง คำร้อง ทำนองที่เธอให้ ที่บอกว่ารักมากมาย

ฉันมันคือคืนที่มองข้ามไป

...ที่เธอต้องการจะสื่อความหมาย...

ไม่เคยแคร์ ไม่เคยดูแล ไม่เคยเข้าใจจนวันนี้

 

 

          ไอร้อนจากแสงอาทิตย์ยามสายปลุกให้ร่างสูงเรือนผมสีไพลินตื่นจากนิทรา...เสียงเพลงยังคงดังอยู่ข้างหู ภาพของร่างบางยังคงฉายอยู่จบจอของแลบทอป... เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...

                มือแกร่งยกขึ้นนวดขมับ ไล่อาการปวดหัวออกไป... ต้องรีบไปพบ... สึนะโยชิคุง...

 

                คุณพูดว่าอะไรนะครับ? น้ำเสียงเคร่งเครียดกล่าว คิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากัน

                วองโกเล่ออกไปเจรจากับมิลฟิโอเร่แฟมิลี่ครับ... คุณไม่รู้หรอครับ?ผู้พิทักษ์อัสนีตอบคำถามของสายหมอก... นัยน์ตาสีมรกตเพ่งมองอย่างสงสัย คนนอกยังคงไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและนภาในตอนนี้ว่าเป็นเช่นไร..

                มิลฟิโอเร่แฟมิลี่ แฟมิลี่ใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้นจากการรวมตัวของจิสโรเนโร่และเจซโซ่.. แฟมิลี่อันตรายที่มีวางแผนจะสร้างทรูรินิเซจน์นั่น!! คุณคิดจะเจรจากับพวกมันอย่างนั้นหรือครับ!

 

                จะไม่รีรออะไรอีกแล้ว สายหมอกเร่งก้าวฝีเท้าออกจากคฤหาสน์... เขารู้อยู่แล้วว่าพวกนั้นไม่คิดจะเจรจาโดยดี... คนที่อยู่ในวงการมาเฟียมานานย่อมรับรู้ได้จากสถานการณ์ที่อีกฝ่ายสร้างขึ้น การกวาดล้าง ถ้าจะให้ได้ผลต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม...

 

          แต่ไม่ทันที่ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีไพลินจะได้ก้าวขึ้นรถของตน... รถเบนซ์สีดำก็กลับมาถึงคฤหาสน์พอดี ก่อนจะปรกฏร่างของผู้พิทักษ์แห่งวรุนและวายุ... และ ร่างของนภาที่โชกเลือด...

                รุ่นที่สิบ แข็งใจไว้ครับ รุ่นที่สิบ!!” เสียงตะโกนโวยวายของวายุดังขึ้น หยาดน้ำตาใสร่วงหล่นลงบนมือของนภา...

                สึนะ อย่าเพิ่งหลับนะ!!” คำพูดที่ฟังดูหยกล้อของวรุณ หากแต่น้ำเสียงนั้นกลับแตกต่างไปจากที่เคยเป็น แขนแกร่งกระชับร่างเล็กของนภา วิ่งเข้าคฤหาสน์ไปโดยไม่ได้สนสายหมอกที่ยืนนิ่งอยู่...

 

ผมไม่เคยเชื่อในพระเจ้า

เพราะผมได้พิสูจน์แล้ว ว่าพระเจ้า ไม่ได้มีอยู่จริง...

 

                ร่างบางของวองโกเล่รุ่นที่สิบ ถูกพาเข้าห้องฝ่าตัด เสื้อสูทสีขาวถูกย้อมเป็นสีชาดด้วยโลหิตของผู้สวมใส่ ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าอีกฝ่ายทำอะไรกับนภาแสนสำคัญนี้ไป...

 

แต่ ถ้าผมจะขอสวดอ้อนวอนซักครั้ง

 

                เป็นเวลาชั่วโมงเศษที่บอสของวองโกเล่แฟมิลี่ ถูกนำเข้าห้องผ่าตัด ... วายุโหมกระหน่ำ วรุณสาดซัดอย่างไร้ความชุ่มชื้น อัสนีร้องคร่ำครวญ อรุณหรี่แสง เมฆาเลื่อนลอย... และสายหมอก...

 

                วองโกเล่เป็นอย่างไรบ้างครับ!” แรมโบ้เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าใสแล้วเดินรี่ตรงเข้าหาหน่วยพยาบาลที่เดินออกจากห้องผ่าตัด...

                ท่านรุ่นที่สิบเขา...เสียงของนายแพทย์ในชุดกราวน์นั้นค่อยๆหายลงไปในลำคอ... เพียงแค่นั้นเหล่าผู้พิทักษ์ก็รับรู้ถึงสถานการณ์

                โกหก สุดหูรูดเลยใช่มั้ยหมอ!!” เรียวเฮเดินตามแรมโบ้เข้าไป.... นภาของพวกเขานั่นแข็งแกร่ง...

                แก...!! เป็นเจ้าพวกมิลฟิโอเร่อย่างนั้นหรือ!! แกทำอะไรกับรุ่นที่สิบโกคุเดระเริ่มพาล.. เขายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ !

                โกคุเดระ ใจเย็นก่อน!” แม้แต่คนที่ใจเย็นที่สุดอย่างยามาโมโตะ ก็ยังอยู่เฉยไม่ได้

                ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้ว..น้ำเสียงนั่นแปลกไปจากวรุณในยามปกติ

 

นภานั้น จากไปแล้ว...

สรรพสิ่งทั้งหลายจะเป็นอย่างไร

.

.

สายหมอกผู้สับสน จะทำเช่นไร

 

 

          มุคุโร่กลับมาที่ห้องพักของตนเอง ก่อนจะหยิบ ของขวัญชิ้นสุดท้ายจากนภา มาดูอีกครั้ง... ภาพของคนที่แสนคุ้นเคยปรากฏขึ้นอีกครั้ง นิ้วแกร่งยกขึ้นลูบไล้ภาพของนภา... โหยหาสัมผัมนั้นอีกครั้ง...

                จนสุดท้าย... ผมก็ยังไม่ได้พูดคำนี้กับคุณ…” เรียวนิ้วที่สัมผัสจอภาพนั้นเริ่มสั่นไหว

                รักนะครับ... สึนะโยชิคุงถ้อยคำที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย... คงได้แค่ปล่อยให้คำพูดนั้นล่องลอยไปกับสายลม...

                รักมาก... นะครับ เสียงทุ้มที่เคยฟังดูหนักแน่น... ในตอนนี้กลับสั่นเครือเหลือเกิน... หยาดน้ำตาที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบกับมันอีกครั้ง ร่วงหล่นลงบนกระดาษสีขาวแผ่นเล็ก... ถ้อยคำ...เนื้อร้องของเพลงเริ่มจางหาย...

                เมื่อวีดีโอนั่นจบลง มือแกร่งก็ปิดแลบทอปของคน แผ่นซีดีถูกนำไปเก็บในซองอย่างเดิม พร้อมกระดาษสีขาว...

                ผมคง..ไม่สามารถตัดใจจากคุณได้...เสียงทุ้มกลับมาหนักแน่นดังเดิมรอยยิ้มเย็นกลับมาประดับบนใบหน้าคมดังเดิม

          ตอนนี้ผม...ในสมองเริ่มทำงาน... มิลฟิโอเร่หรือ ? จะเก่งกาจได้เท่าไร...

 

ถ้าผมจะขอสวดอ้อนวอน

ขอสาปแช่งให้ผู้ที่ทำลายนภาพังพินาศ

 

                สึนะโยชิคุง... จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังเกลียด... เกลียดคุณผมเกลียดคุณ...ที่อ่อนแอ เกลียดที่คุณชอบไว้ใจคนอื่นแบบนั้น เกลียดตัวคุณที่ต้องพังพินาศลง

                ผมเกลียด...เพลงรักนั้น...เกลียด...ที่มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมหลงมัวเมา... ปรารถณาจะมีความรักที่หวานซึ้ง... เกลียดที่มันทำให้ผม... คิดถึงคุณ

 

ตัวผมนั้นถูกกำหนดไว้

ให้มิอาจเปลี่ยนแปลง

 

                ผมน่ะ ไม่เคยเชื่อในพระเจ้าหรอกครับ...นัยน์ตาสีแดงฉานวาวโรจน์ขึ้น เรียกสายหมอกมาปกคลุมรอบมือขวา... ปรากฏเป็นตรีศูล อาวุธประจำกาย...

                สิ่งที่ผมเชื่อ.. คือตัวผมเอง...ร่างสูงเรือนผมสีไพลินเริ่มเลือนหายไปกับสายหมอก

 

คึหึหึหึ

 

แม้ว่าอยากจะย้อนกลับไปแก้ไขอดีตเท่าไร ก็คงไม่อาจทำได้

แม่ว่าอยากจะโทษตัวเอง แต่ผมก็ไม่อาจพูดได้ว่า สำนึกผิด

 

ตัวผมในตอนนี้ คงทำได้แค่

...ก้าวไปข้างหน้า...

 

จนกว่าจะถึงวันที่เราได้พบกันอีกครั้ง

สักวันหนึ่ง

.

.

 

 

 

END

 

 

  ----------------------------------------------------------------------------------------------------

 

จบ!! ไมอยากจะเชื่อว่าคนอย่างมิฮะจะแต่งฟิคให้มันจบได้ (ฮาาา)  รู้สึกเหมือนวางมือจากวงการนี้ไปนาน สไตล์การเขียนของตัวเองมันหายหมดเลย... สไตล์การเขียนแบบนี้มันไปเดจาวูหลายๆคนเลยนะเนี่ย =[]=!!!

พลอตเรื่องนี้มาแบบมั่วๆ เอาเพลงมายำๆ กัน เขียนเองงงเอง เฟลเอง...

มุเรื่องนี้ มู๊ดขึ้นๆลงๆ ตามคนเขียน (ฮา)  ตามฟีลของเรื่องให้ทันนะคะ =w=!

 

 

แฟนฟิคเรื่องแรกค่ะ ขอคำติชมด้วย...

ขอบคุณทุกๆคอมเมนต์ค่ะ!!

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮกกกกกกกกกกก

มุคุจ๋า อย่าร้องไห้น้า

โฮกกกกกกกก ((แล้วแกร้องทำไมฟร่ะ))

ขอบคุนที่แต่งให่อ่านนะ ชอบมั่กๆเลย

#1 By ++//byAkURai//++ on 2009-04-19 19:21

แต่งเก่งมากจ๊ะ=w="
ฉันยังแต่งไม่ได้ขนาดนี้เลย...
มุคุโร่อย่าเศร้าไปเลยยังมีหนูโคลมทั้งคน...

#2 By Pbofbook™ on 2009-04-20 11:55

แต่เรานั้น like the love song

#3 By KimBerrY on 2009-04-20 17:37

ยังไม่ได้อ่านแต่มาเม้นก่อน

ทามไมถึงไม่ไปอ่ะ งานนี้

อยากเจอจัง

เดวมาอ่านแล้วจะเม้นอีกรอบนะ

#4 By So_OneZ on 2009-04-24 12:29

สนุกอะค่า~~

ชอบๆๆ

เศร้าจัง

สัปป้าน่าสงสาร

#5 By ซึนเดเระ on 2009-04-24 18:19

อ้อลืมบอกค่ะ

ชอบเพลงจัง

แหะๆ

cry

#6 By ซึนเดเระ on 2009-04-24 18:19

เยี่ยมมากเจ้าค่ะ น้ำตาหลั่งไหลลงมาไม่ขาดสายเลย
ถึงทานมุคุโร่จะเจ็บปวดมากมายสักเพียงใดก็ยังมีเฮาอยู่นะเจ้าคะ....T_T

#7 By Wicked Tinkle on 2009-05-09 04:30

เพิ่งจะมาอ่าน -_-
มุ...ฮึก...สงสารมุอ่ะ
แต่งได้ถึงใจมากค่ะ (ว่าแต่...เมฆาหายไปไส??)

#8 By K.K. on 2009-08-21 18:17

โฮๆ...ฮึกๆ ..ฮึก

กระซิกๆ โฮ ~~~

ทำไมมันถึงเศร้าได้ขนาดนี้ค้า !?

โอ๋ๆ มุจัง มาหาเค้าก็ได้นะ ~
(//โดนแม่ยก 69 รุมถีบ)

สุดหูรูดดดด สนุกและเศร้ามากค่ะ

#9 By Lin-Chan on 2009-10-24 01:37

เศร้ามากๆเลยค่ะ สงสารสึนะ

มุคุโร่ทำไมนายซึนแบบนี้ บทซึนน่ะเป็นของท่านฮินะ

น้ำตาเกือบไหลแน่ะค่ะ

#10 By ~Chibikuroneko~ on 2009-10-30 16:26